สทร. เดินหน้าประเมินห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมระบบราง เยี่ยมชมโรงงานผู้ประกอบการไทย ครั้งที่ 2 หนุนยกระดับสู่มาตรฐานยุโรป

.

      สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. โดยกลุ่มพัฒนาผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ ทีมพัฒนาผู้ประกอบการ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท Blue Engineering S.r.l. ประเทศอิตาลี ลงพื้นที่ตรวจประเมินห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมระบบราง (On-site Assessment) และเยี่ยมชมโรงงานผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “การออกแบบทางวิศวกรรมและกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของรถไฟ และการออกแบบกระบวนการผลิตรถไฟที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานยุโรป” ครั้งที่ 2 (2nd Mission) ระหว่างวันที่ 11 – 18 ธันวาคม 2568

.

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ Supply Chain Assessment เพื่อประเมินความพร้อมเชิงลึกของผู้ประกอบการภายในประเทศ และสานต่อผลการดำเนินงานจากการลงพื้นที่ครั้งแรก โดยโครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตรถไฟของประเทศไทยให้สามารถพึ่งพาการผลิตภายในประเทศ ควบคู่กับการเชื่อมโยงมาตรฐานสากล ทั้งนี้ โครงการมีกำหนดดำเนินงานระหว่างวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ถึง 21 มิถุนายน 2569

.

การลงพื้นที่ครั้งนี้นับเป็นการดำเนินงานครั้งที่ 2 จากแผนทั้งหมด 6 ครั้ง โดยที่ปรึกษาโครงการได้คัดเลือกผู้ประกอบการไทยจำนวน 6 ราย ในกลุ่ม Interiors and Furnishings ซึ่งเป็นชิ้นส่วนภายในขบวนรถไฟและวัสดุที่มีความเฉพาะเจาะจง ได้แก่ กระจก เบาะที่นั่ง และชิ้นส่วนพลาสติกเสริมเส้นใยแก้ว (FRP: Fiber-Reinforced Polymer) เพื่อประเมินศักยภาพ กระบวนการผลิต ระบบคุณภาพ และความพร้อมในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมระบบรางตามมาตรฐานยุโรป

.

สำหรับการตรวจประเมินและเยี่ยมชมโรงงาน ตามกำหนดการดังนี้

บริษัท เอส.เอส.เอส ออโตโมทีฟ อินดัสตรี จำกัด จังหวัดนนทบุรี

บริษัท เอ็ม.เอ.เอส. ชิน ไทย จำกัด จังหวัดชลบุรี

บริษัท พีเอ็มเค ไดมอนด์กลาส จำกัด จังหวัดราชบุรี

บริษัท ไทยนามพลาสติกส์ จำกัด (มหาชน) จังหวัดสมุทรสาคร

บริษัท เอฟ อาร์ พี อินดัสตรี้ จำกัด จังหวัดสมุทรสาคร

บริษัท ดำรงศิลป์ ซัพพลายส์ จำกัด จังหวัดสุพรรณบุรี

นอกจากนี้ ยังได้เชิญผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสถาบันยานยนต์ กระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมสังเกตการณ์ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงอุตสาหกรรม และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยอย่างรอบด้าน

.

จากการดำเนินโครงการ คาดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์สำคัญ ได้แก่ การจัดทำรายงานผลการประเมินห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมระบบรางอย่างเป็นระบบ การระบุจุดแข็ง จุดอ่อน และช่องว่างศักยภาพของผู้ประกอบการแต่ละราย การสร้างฐานข้อมูลห่วงโซ่อุปทานระบบรางของประเทศ ตลอดจนการนำข้อมูลไปใช้สนับสนุนการพัฒนาแพลตฟอร์มและหลักสูตรฝึกอบรมบุคลากรอุตสาหกรรมระบบรางในอนาคตและการดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ สทร. ในการเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนบนฐานมาตรฐานสากล พร้อมเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

.

Follow me!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *