สทร. ลงนาม MOU ร่วมกับ Kanit Seat เสริมแกร่งเทคโนโลยีที่นั่งรถไฟ หนุนอุตสาหกรรมระบบรางเพื่อเสริมศักยภาพการผลิตในประเทศไทย
.
วันที่ 6 มกราคม 2569 สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ Kanit Seat Co., Ltd. เพื่อยกระดับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่นั่งรถไฟและชิ้นส่วนภายในขบวนรถไฟ ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนามาตรฐาน เทคโนโลยี และการผลิตภายในประเทศ อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศไทย โดยมี นางสาวเพียงออ เลาหะวิไลย ผู้อำนวยการ สทร. และ นาย นัมโฮ คิ (Mr.Namho Kim) กรรมการบริษัท คณิต ซีท จำกัด ร่วมลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร. โชติชัย เจริญงาม ประธานกรรมการ สทร. และ นายอริญชย์ ลาภโรจน์ไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท คณิต ซีท จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ด้านการออกแบบ การผลิต และการทดสอบที่นั่งรถไฟและชิ้นส่วนภายในขบวนรถไฟ ณ ห้องประชุม M1 สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน)
รศ.ดร.โชติชัย เจริญงาม ประธานกรรมการ สทร. กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางของประเทศ โดยมุ่งยกระดับมาตรฐานการออกแบบ การผลิต และการทดสอบเบาะและส่วนประกอบภายในรถไฟให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ หรือ Local Content ทั้งนี้ บริษัท คณิต ซีท จำกัด เป็นผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและการผลิตเบาะรถไฟและส่วนประกอบภายในรถไฟ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมระบบราง ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมระบบรางของไทยให้เติบโตอย่างมีมาตรฐานและยั่งยืนในอนาคต
ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ซึ่งมุ่งเน้นการขยายโครงข่ายระบบราง การพัฒนาเส้นทางรถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันในการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูลทางเทคนิค การแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ ตลอดจนการดำเนินโครงการวิจัยด้านการออกแบบ การผลิต และมาตรฐานการทดสอบที่นั่งรถไฟและชิ้นส่วนภายในขบวนรถไฟ โดยมุ่งยกระดับความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และประสิทธิภาพการให้บริการ ควบคู่กับการส่งเสริมการผลิตภายในประเทศและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมระบบราง
สทร. ในฐานะหน่วยงานหลักภายใต้กระทรวงคมนาคม มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีระบบราง ขณะที่ Kanit Seat Co., Ltd. เป็นบริษัทชั้นนำระดับนานาชาติด้านการออกแบบและผลิตที่นั่งรถไฟ ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูง ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย เพื่อผลักดันการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ และเสริมสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโซ่อุปทานระบบรางของไทย ซึ่งบันทึกความเข้าใจดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของประเทศไทยให้มีความปลอดภัย ทันสมัย และยั่งยืน พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมระบบรางไทยสู่มาตรฐานสากล
.









การประมาณการความต้องการบุคลากรสำหรับระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนระยะ 15 ปี ประเทศไทยได้กำหนดนโยบายการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์เป็นส่วนหนึ่งของฐานในการขับเคลื่อนการพัฒนา โดยเฉพาะระบบการขนส่งทางรางทั้งในด้านการขนส่งสินค้าและการขนส่งผู้โดยสาร และได้นำไปสู่การวางแผนขยายเส้นทางของระบบรางของประเทศ ทั้งในระบบการขนส่งทางไกล ซึ่งเป็นระบบโครงข่ายที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ และระบบขนส่งรถไฟฟ้าในเมืองและรถไฟฟ้าระหว่างเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเมือง เนื่องด้วยประเทศไทยกำลังดำเนินการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางประเภทรถไฟฟ้า และในบางเส้นทางนั้นมีแนวโน้มที่กำลังจะเปิดให้บริการในระยะเวลาอันใกล้สทร. ในฐานะหน่วยงานที่มีพันธกิจตามกฎหมายในการดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรระบบรางของประเทศ จึงได้ดำเนินการศึกษาและพัฒนาการประมาณการความต้องการบุคลากรสำหรับระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ระยะ 15 ปี เพื่อส่งเสริมการผลิตและพัฒนาบุคลากรระบบรางในประเทศ รวมถึงเพื่อเป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนาบุคลากรระบบรางให้กับภาคผู้กำหนดนโยบาย ภาคผู้เดินรถ/ผู้ประกอบการ และภาคการศึกษาและฝึกอบรม รวมถึงประชาชนทั่วไปที่สนใจด้วย จากการศึกษาและรวบรวมข้อมูลแนวปฏิบัติทั้งในประเทศ และต่างประเทศ พบว่า กลุ่มงานและตำแหน่งงานที่เป็นส่วนหลักพื้นฐานในการบริหารจัดการเดินรถหนึ่งเส้นทางที่สำคัญ คือ ฝ่ายงานบริหารจัดการเดินรถ ซึ่งเป็นกลุ่มงานที่ต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านความปลอดภัยและด้านเทคนิค เพื่อให้สามารถบริการได้อย่างมีมาตรฐาน สะดวกสบาย ตรงต่อเวลา และปลอดภัยแก่ผู้รับบริการ รายงานการศึกษานี้ จึงมุ่งเน้นศึกษาและประมาณการความต้องการบุคลากรในฝ่ายงานบริหารจัดการเดินรถเป็นสำคัญ ซึ่งประกอบด้วย 3 กลุ่มงานหลัก ได้แก่
ด้วยกลุ่มงานวิจัยและพัฒนามาตรฐานและการทดสอบ สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร..) มีพันธกิจในการพัฒนามาตรฐานระบบการทดสอบและดำเนินการทดสอบด้านระบบราง ซึ่งทาง บริษัท เวสท์โคสท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (WCE) บริษัทในเครือสหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (SSI) ได้เป็นพันธมิตรและทำบันทึกตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง สทร. กับ WCE เรื่อง การส่งเสริมสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศ” โดยทาง WCE ได้เชิญให้ สทร. เข้าร่วมสังเกตการณ์การทดสอบ Static Test และ Running Test ของรถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า (บทต ตามมาตรฐานวิธีการทดสอบการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยดำเนินการระหว่างวันที่ 8 11 พฤษภาคม 2566 ณ บริษัท เวสโคสท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และสถานีรถไฟนาผักขวง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เอกสารฉบับนี้ จัดทาขึ้น เพื่อศึกษาแนวทางการผลักดันและส่งเสริมการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่และผลิตภัณฑ์ด้านอุตสาหกรรมการขนส่งทางรางให้เกิดขึ้นในประเทศ ตามการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เพื่อให้เกิด Local Content ที่ยั่งยืน สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ควบคู่กับแผนยุทธศาสตร์คมนาคม ซึ่งทาง สทร. ได้เล็งเห็นความสาคัญการสนับสนุนการสร้างอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนระบบรางในประเทศ เพื่อสนับสนุนนโยบาย Thai First ผ่านแผนงานบูรณาการความร่วมมือ เพื่อยกระดับคุณภาพบริการและการผลิตให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล

สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วน โดยได้ดำเนินการลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจวัดค่ามลพิษทางอากาศ ณ บริเวณ ชานชาลา สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยใช้เทคนิควิธีการวัดและเครื่องมือที่ได้มาตรฐานสากล และมีระบบ คุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 แต่อย่างไรก็ดี ผลการตรวจวัดดังกล่าว ไม่สามารถแปรผลและ ใช้งานได้ทันที จำเป็นต้องถูกวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องตรงประเด็น อัน จะช่วยให้การกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายใน ดำเนินการปรับปรุง และป้องกันปัญหาดังกล่าวด้วย
ทางสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) เล็งเห็นถึงความจําเป็นเรื่องด่วนในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้เรื่องดําเนินการลงพื้นที่เพ่ือทําการตรวจวัดค่า มลพิษทางด้านเสียงรบกวน ณ บริเวณชานชาลา สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยใช้เทคนิควิธีการวัดและ เครื่องมือที่ได้มาตรฐานสากล และมีระบบคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 แต่อย่างไรก็ดี ผลการตรวจวัดดังกล่าว ไม่สามารถแปรผลและใช้งานได้ทันที จําเป็นต้องถูกวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อให้ สามารถแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องตรงประเด็น อันจะช่วยให้การกําหนดแนวทางแก้ไขปัญหาสามารถดําเนินการ ได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในดําเนินการปรับปรุง และป้องกันปัญหาดังกล่าวด้วย
การดำเนินโครงการขนส่งทางรางด้านต่างๆ ไม่ว่าด้านออกแบบ การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของชิ้นส่วนอุปกรณ์ การติดตั้ง การทดสอบ การซ่อมบำรุง และการเดินรถ จำเป็นต้องปฏิบัติหรืออ้างอิงให้เป็นไปตามมาตรฐานระบบรางที่เป็นสากลหรือเป็นที่ยอมรับ แต่ปัจจุบัน พบว่า การกำหนดมาตรฐานระบบรางในประเทศไทยยังมีข้อจำกัด
สทร. HSR-CT-(4001-4006):2567
รายงานแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพด้านระบบรางของประเทศ(NQI)