สทร. สภาวิศวกร วสท. ร่วมกับกรมการขนส่งทางรางจัดประชุมสัมมนาวิชาการถ่ายทอดองค์ความรู้มาตรฐานวิศวกรรมโยธาด้านการก่อสร้างโครงสร้างทางยกระดับ สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง
วันที่ 26 มกราคม 2569 สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. ร่วมกับ สภาวิศวกร วสท. และกรมการขนส่งทาง จัดการประชุมสัมมนาวิชาการถ่ายทอดองค์ความรู้ เรื่อง “มาตรฐานวิศวกรรมโยธา ด้านการก่อสร้างโครงสร้างทางยกระดับสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง” เพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านมาตรฐานการก่อสร้างที่มีความสำคัญต่อการยกระดับความปลอดภัย คุณภาพ และความเชื่อถือได้ของงานก่อสร้างระบบรางของประเทศ ภายในพิธีเปิดการประชุม ได้รับเกียรติจาก นายกิตติพงษ์ วีระโพธิ์ประสิทธิ์ นายกสภาวิศวกร กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน จากนั้นกล่าวรายงานโดย ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย ผู้อำนวยการ สทร. และกล่าวเปิดงานโดย รศ.ดร.โชติชัย เจริญงาม ประธานกรรมการ สทร. ณ ห้องวิศวภิวรรธน์ ชั้น 7 อาคารสภาวิศวกร
.
การจัดประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวปฏิบัติ ด้านมาตรฐานวิศวกรรมโยธาในการก่อสร้างโครงสร้างทางยกระดับ สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง ยกระดับความเข้าใจด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงและความปลอดภัยในงานก่อสร้างระบบรางอย่างเป็นระบบ ใช้เป็นกรอบอ้างอิงขั้นต่ำในการควบคุม ตรวจสอบ และกำกับดูแลงานก่อสร้างของวิศวกรและผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงเสริมสร้างสมรรถนะทางวิชาการของบุคลากรด้านระบบรางให้สอดคล้องกับมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่เหมาะสม อันจะนำไปสู่การยกระดับความปลอดภัยและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการพัฒนาโครงการระบบรางของประเทศ
.
สทร. ริเริ่มจัดทำมาตรฐานด้านการก่อสร้างทางยกระดับ สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง สืบเนื่องจากเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับงานก่อสร้างโครงสร้างทางยกระดับในช่วงที่ผ่านมา กรณี อุบัติเหตุจากคานคอนกรีตและอุปกรณ์ยกติดตั้ง (Launching Gantry Crane) ในโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ตอน 1 เมื่อพฤศจิกายน 2567 ซึ่งสร้างความสูญเสียและกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อความปลอดภัยของประชาชน โดย ปัจจุบันมาตรฐานของ สทร. ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ประกอบกับ การเกิดอุบัติเหตุเครนจากการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง ตกทับขบวนรถไฟขบวนรถไฟด่วนพิเศษ เส้นทางกรุงเทพฯ – อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 สทร. ในฐานะหน่วยงานด้านการวิจัยและพัฒนามาตรฐานระบบรางของประเทศ จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับสภาวิศวกร วสท. และกรมการขนส่งทาง เพื่อใช้เวทีทางวิชาการนี้ ในการนำเสนอแนวทางการควบคุมความเสี่ยงและยกระดับความปลอดภัยของงานก่อสร้างอย่างเป็นระบบ
.
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเปิดตัวมาตรฐาน สทร. ด้านการก่อสร้างโครงสร้างทางยกระดับสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง เพื่อนำเสนอและแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับมาตรฐานสำคัญจำนวน 2 ฉบับ ได้แก่
• มาตรฐาน สทร. HSR-CT-3004:2569 มาตรฐานการก่อสร้างสำหรับงานติดตั้งเกอร์เดอร์รูปกล่องแบบชิ้นส่วนชนิดหล่อสำเร็จ ด้วยวิธีช่วงต่อช่วงโดยแกนทรีลำเลียง สำหรับโครงสร้างทางยกระดับในโครงการรถไฟความเร็วสูง
• มาตรฐาน สทร. HSR-CT-4013:2569 มาตรฐานการตรวจสอบ การทดสอบ และการประเมินผลสมรรถนะของแกนทรีลำเลียง สำหรับงานติดตั้งเกอร์เดอร์รูปกล่องแบบชิ้นส่วนชนิดหล่อสำเร็จ สำหรับโครงสร้างทางยกระดับในโครงการรถไฟความเร็วสูง
.
สทร. สภาวิศวกร วสท. และกรมการขนส่งทางราง ยืนยันความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญด้านวิชาการและมาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลงานก่อสร้างระบบรางให้เป็นไปอย่างรัดกุม ปลอดภัย และมีมาตรฐานเดียวกัน พร้อมผลักดันการพัฒนาระบบรางของประเทศไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
.









การประมาณการความต้องการบุคลากรสำหรับระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนระยะ 15 ปี ประเทศไทยได้กำหนดนโยบายการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์เป็นส่วนหนึ่งของฐานในการขับเคลื่อนการพัฒนา โดยเฉพาะระบบการขนส่งทางรางทั้งในด้านการขนส่งสินค้าและการขนส่งผู้โดยสาร และได้นำไปสู่การวางแผนขยายเส้นทางของระบบรางของประเทศ ทั้งในระบบการขนส่งทางไกล ซึ่งเป็นระบบโครงข่ายที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ และระบบขนส่งรถไฟฟ้าในเมืองและรถไฟฟ้าระหว่างเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเมือง เนื่องด้วยประเทศไทยกำลังดำเนินการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางประเภทรถไฟฟ้า และในบางเส้นทางนั้นมีแนวโน้มที่กำลังจะเปิดให้บริการในระยะเวลาอันใกล้สทร. ในฐานะหน่วยงานที่มีพันธกิจตามกฎหมายในการดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรระบบรางของประเทศ จึงได้ดำเนินการศึกษาและพัฒนาการประมาณการความต้องการบุคลากรสำหรับระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ระยะ 15 ปี เพื่อส่งเสริมการผลิตและพัฒนาบุคลากรระบบรางในประเทศ รวมถึงเพื่อเป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนาบุคลากรระบบรางให้กับภาคผู้กำหนดนโยบาย ภาคผู้เดินรถ/ผู้ประกอบการ และภาคการศึกษาและฝึกอบรม รวมถึงประชาชนทั่วไปที่สนใจด้วย จากการศึกษาและรวบรวมข้อมูลแนวปฏิบัติทั้งในประเทศ และต่างประเทศ พบว่า กลุ่มงานและตำแหน่งงานที่เป็นส่วนหลักพื้นฐานในการบริหารจัดการเดินรถหนึ่งเส้นทางที่สำคัญ คือ ฝ่ายงานบริหารจัดการเดินรถ ซึ่งเป็นกลุ่มงานที่ต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านความปลอดภัยและด้านเทคนิค เพื่อให้สามารถบริการได้อย่างมีมาตรฐาน สะดวกสบาย ตรงต่อเวลา และปลอดภัยแก่ผู้รับบริการ รายงานการศึกษานี้ จึงมุ่งเน้นศึกษาและประมาณการความต้องการบุคลากรในฝ่ายงานบริหารจัดการเดินรถเป็นสำคัญ ซึ่งประกอบด้วย 3 กลุ่มงานหลัก ได้แก่
ด้วยกลุ่มงานวิจัยและพัฒนามาตรฐานและการทดสอบ สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร..) มีพันธกิจในการพัฒนามาตรฐานระบบการทดสอบและดำเนินการทดสอบด้านระบบราง ซึ่งทาง บริษัท เวสท์โคสท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (WCE) บริษัทในเครือสหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (SSI) ได้เป็นพันธมิตรและทำบันทึกตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง สทร. กับ WCE เรื่อง การส่งเสริมสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศ” โดยทาง WCE ได้เชิญให้ สทร. เข้าร่วมสังเกตการณ์การทดสอบ Static Test และ Running Test ของรถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า (บทต ตามมาตรฐานวิธีการทดสอบการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยดำเนินการระหว่างวันที่ 8 11 พฤษภาคม 2566 ณ บริษัท เวสโคสท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และสถานีรถไฟนาผักขวง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เอกสารฉบับนี้ จัดทาขึ้น เพื่อศึกษาแนวทางการผลักดันและส่งเสริมการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่และผลิตภัณฑ์ด้านอุตสาหกรรมการขนส่งทางรางให้เกิดขึ้นในประเทศ ตามการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เพื่อให้เกิด Local Content ที่ยั่งยืน สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ควบคู่กับแผนยุทธศาสตร์คมนาคม ซึ่งทาง สทร. ได้เล็งเห็นความสาคัญการสนับสนุนการสร้างอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนระบบรางในประเทศ เพื่อสนับสนุนนโยบาย Thai First ผ่านแผนงานบูรณาการความร่วมมือ เพื่อยกระดับคุณภาพบริการและการผลิตให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล

สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วน โดยได้ดำเนินการลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจวัดค่ามลพิษทางอากาศ ณ บริเวณ ชานชาลา สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยใช้เทคนิควิธีการวัดและเครื่องมือที่ได้มาตรฐานสากล และมีระบบ คุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 แต่อย่างไรก็ดี ผลการตรวจวัดดังกล่าว ไม่สามารถแปรผลและ ใช้งานได้ทันที จำเป็นต้องถูกวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องตรงประเด็น อัน จะช่วยให้การกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายใน ดำเนินการปรับปรุง และป้องกันปัญหาดังกล่าวด้วย
ทางสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) เล็งเห็นถึงความจําเป็นเรื่องด่วนในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้เรื่องดําเนินการลงพื้นที่เพ่ือทําการตรวจวัดค่า มลพิษทางด้านเสียงรบกวน ณ บริเวณชานชาลา สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยใช้เทคนิควิธีการวัดและ เครื่องมือที่ได้มาตรฐานสากล และมีระบบคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 แต่อย่างไรก็ดี ผลการตรวจวัดดังกล่าว ไม่สามารถแปรผลและใช้งานได้ทันที จําเป็นต้องถูกวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อให้ สามารถแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องตรงประเด็น อันจะช่วยให้การกําหนดแนวทางแก้ไขปัญหาสามารถดําเนินการ ได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในดําเนินการปรับปรุง และป้องกันปัญหาดังกล่าวด้วย
การดำเนินโครงการขนส่งทางรางด้านต่างๆ ไม่ว่าด้านออกแบบ การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของชิ้นส่วนอุปกรณ์ การติดตั้ง การทดสอบ การซ่อมบำรุง และการเดินรถ จำเป็นต้องปฏิบัติหรืออ้างอิงให้เป็นไปตามมาตรฐานระบบรางที่เป็นสากลหรือเป็นที่ยอมรับ แต่ปัจจุบัน พบว่า การกำหนดมาตรฐานระบบรางในประเทศไทยยังมีข้อจำกัด
สทร. HSR-CT-(4001-4006):2567
รายงานแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพด้านระบบรางของประเทศ(NQI)